ภารกิจพิชิตความเหงาที่เราทำแก้เหงาคือการ จัดห้องนอนใหม่
แล้วมุมหนึ่งที่เพิ่มความสดใสให้กับชีวิตใหม่คือ มุมโต๊ะทำงาน
โต๊ะเรียนหนังสือนี่แหละค่ะ (เรียนป.โทอยู่)
 
จากเดิมที่ไม่มีแม้กระทั่งโต๊ะเลยค่ะ ที่ผ่านมานั่งทำงานบนเตียง
ก็เลยไปซื้อโต๊ะมาเพิ่มในห้องนอนเล็กๆ ให้มันแน่นเล่น :P แล้วจาก
เดิมที่ห้องนอนมีแต่สีขาวดำ ก็เลยแอบทำมุมสดใส สีชมพูลายจุด
 
จะได้ไม่หม่นหมอง ^^
 
(จากในรูปจะแอบเห็นว่าเราสเก็ตแบบโต๊ะไว้ด้วยแหละ อิอิ)
 
 
 
 
 
เหลือเก้าอี้อีกตัวที่สั่งไว้จะได้อาทิตย์หน้า แน่นอนว่าต้องสี ชมพู-ดำ เพื่อเข้า
คอนเสป เป็นวิธีที่ช่วยได้มากนะคะ ทำให้หายเหงา แล้วก็ทำให้เห่อห้องใหม่
คิดแต่จะหาของน่ารักๆมาวาง แล้วก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน
ด้วยค่ะ  ถือว่ามิสชั่นนี้ประสบผลสำเร็จเกินคาด
 
^^
 
 
 
 
 
 
 
 
สุดท้ายนี้ก็เลยอารมณ์ดีได้ถ่ายรูปเล่นกับห้องใหม่ซะหน่อย ดีใจกับตัวเอง
ที่ไม่ค่อยเส้าแล้ว ลืมเรื่องแย่ๆลงไปได้เยอะ แน่นอนว่าส่วนนึงมาจากความ
ตั้งใจของตัวเอง + กับธรรมมะค่ะ
 
ไว้พรุ่งนี้จะมาเล่าข้อคิดดีๆ หลังจากที่ได้สนทาและฟังคำสอนของพี่คนนึง
มาเค้าสอนและให้ข้อคิดที่ดีมากๆ เรียกว่าเปิดตา เปิดใจใหม่ให้ป่านเยอะเลย
 
โสดสวยๆ เชิดๆเนอะ *
 
 
 
 
 
 
 

 

 

แน่นอนค่ะว่า ขึ้นต้นมาจะต้องท่องคาถาประจำวันคือ .."วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวาน"

สำหรับวันนี้ความรู้สึกเหงามาทักทายตอนเย็นค่ะ ตอนพลบค่ำ แต่ว่าตอนกลางวัน
กลับสบายดีและลืมๆไปบ้าง ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่เราสามารถลบเลือนความเจ็บ
ปวดในใจลงไปได้มากกว่าเมื่อวาน  ซักวันจะต้องหายดี !!  ฮึบ ,, ฮึบ
 
สำหรับกิจกรรมที่หาให้ตัวเองทำสำหรับวันนี้คือ การจัดห้องนอนใหม่ รวมถึงการ
ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เข้าห้อง และตกแต่งใหม่ให้สดในขึ้น เพราะว่าห้องนอนคือห้อง
ที่ป่านขลุกอยู่เยอะที่สุด ก็เลยต้องทำให้มันสดใสขึ้น
 
เสียดายที่ยังไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกัน เพราะยังไม่เสร็จดีค่ะ พรุ่งนี้จะออกไปซื้อของ
มาเพิ่มอีกเล็กน้อย ,, ถือว่าเป็นภารกิจพิชิตความเหงาแบบต่อเนื่อง ที่ให้ผลดีพอควร
 
^^
 
นอกนั้นอีกภารกิจที่ผุดขึ้นมากลางดึกวันนี้ คือการพยายามนำ ความเศร้าที่มีมาผลัก
ดันให้เกิดแรงบันดาลใจ ด้วยการวาดรูปค่ะ เป็นคนวาดรูปไม่เก่งหรอก แต่ชอบวาด
ไปตามอารมณ์มากกว่า อย่างคืนนี้วาดไปเยอะมาก แต่สแกนลงคอม แล้วมาทำเป็น
vector ใน illus แค่สองรูป ที่เหลือยังคงเป็นภาพเสก็ตวาดเล่นอยู่
 
 
 
ภาพนี้เป็นรูปที่วาดขึ้นมาแทนการร้องไห้ ไม่อยากร้องไห้แล้วก็เลย
ให้ภาพวาดร้องไห้แทนเราไปละกัน .. (ส่วนเหตุผลที่มีหูแมว เพราะเราชอบใส่หูแมว)
 
 
 
 
 
 
 
 
ส่วนอีกรูปเป็นน้องบันนี่เชิดๆ เริสๆ วาดรูปนี้มาเพราะต้องการจะเตือนสติ
ตัวเองว่า ลุกขึ้นมาเชิดได้แล้ว อีกอย่าง งานออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่
ที่ดองไว้จนมันจะเอาท์ ก้ควรทำต่อให้เสร็จเสียที ..
 
เกี่ยวกันไหมไม่รู้ รู้แต่วาดแล้วนึกแบบนี้ ฮ่าๆ
 
 
 
 
 
 
ก็พยายามจะดึงเอาความหมองหม่น ออกมาเป็นศิลปะ บ้าๆ บอๆ ตามแบบของเรา
เอาหน่ะ อย่างน้อยก็ดีกว่า หมดเวลาไปวันๆ โดยไม่ได้อะไรเลย ^^
 
 
 
 

 

 

วันนี้ก็ยังคงมีความคิดถึงปนความเจ็บปวดวนเวียนอยู่เหมือนเดิม ..
แต่มันก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน และเมื่อวานมันก็ดีกว่าวันก่อน และแน่นอน
ว่าวันนี้ ดีกว่าวันแรกเห็นๆ
 
ทุกครั้งที่เกิดความรู้สึกทุกข์อยากจะร้องไห้และยอมแพ้ ป่านจะพยายาม
ท่องประโยคนี้ไว้ว่าอย่าย้อนกลับไปเหมือนวันแรกเด็ดขาด มันทรมานจน
เหนื่อยแทบขาดใจในทุกๆวินาที แต่วันนี้ไม่ได้ขาดใจทุกวินาทีอีกแล้วนะ
เพราะฉะนั้นอย่ายอมแพ้และย้อนกลับไปเด็ดขาด
 
ส่องกระจกแล้วบอกตัวเองว่า "อยากเหนื่อยอีกเหรอ นี่ก็ดีตั้งเท่าไหร่แล้ว"
 
 
 
 
วันนี้พออาการเหงาหงอย ความทุกข์เศร้าโศรกวิ่งแล่นเข้าสู่หัวใจปุ๊บ
ทันทีทีลืมตาตื่น สมองก็พลันทำงานทันที (ต้องพยายามสั่งตัวเองนะคะ)
ว่าฉันจะทำอะไรดี ?
 
อย่างแรกที่ลุกขึ้นมาบ้อบอคือ แต่งตัวสวยๆ แต่งหน้าสวยๆ แล้วถ่ายรูป
ค่ะ เพราะอะไรหน่ะหรือ ? เพราะพยายามจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่า อย่า
ปล่อยตัวอีกเลย ยิ่งจมหมองแล้วโทรมเท่าไหร่ คนที่ทิ้งเราไปเค้าก็จะยิ่ง
คิดว่า คิดถูกแล้วที่ทิ้งผู้หญิงทุเรสๆ มา
 
ก็เลยไม่ยอมค่ะ จะต้องสวยขึ้น น่ารัก ดูดี มีความสุขให้ได้!! 

แถมเป็นการบังคับตัวเองให้หันมาใส่ใจตัวเองโดยปริยาย เพราถ้าหากเรา
ตั้งกฎกับตัวเองว่า ทุกเช้าชั้นจะต้องตื่นมาแต่งตัวสวยๆ เพื่อถ่ายรูปเก็บไว้
เป็นที่ระลึกหนึ่งรูป นั่นแปลว่า เราจะต้องหากิจกรรมต่อไปทำให้สมกับที่
อุตส่าห์แต่งตัว จริงมั้ย  ฮี่ๆๆ
 
 
 
 
แล้วเสียงสวรรค์มาจากคุณพ่อที่น่ารัก ที่ชวนไปงานสัปดาห์หนังสือก็เลย
ฮึบตัวเอง ขึ้นมาทำภารกิจที่สอง วันนี้ก็เลยเกิดขึ้น  โดยการหันเหความ
สนใจมาอยู่ที่รายการหนังสือที่อยากได้ ..
 
เปิดคอมหาเลยค่ะ กินเวลาไปเกือบชั่วโมง เห็นมั้ยว่ากิจกรรมเล็กๆน้อยๆ
เหล่านี้ ทำให้ลืมความเศร้าและลดการร้องไห้ไปได้ชั่วโมงกว่าๆ เลยนะ ..
 
สุดท้ายหนังสือที่ได้มาก็มีทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจค่ะ  :)
 
 
 
 
 
 
ข้อดีของการพาตัวเองลุกขึ้นมาจากความเศร้าจมอยู่กับที่นอนมาเบียดเสียด
ผู้คนมากมายที่ศูนย์สิริกิตย์ คือ การที่เราต้องใช้สมองในการมองหาหนังสือ
ที่ต้องการ + กับต้องใช้สกิลในการเดินเบียดเสียดผู้คน เชื่อมั้ยคะว่า เราแทบ
จะไม่ได้ครุ่นคิดถึงเรื่องคนที่ทิ้งเราไปเลย 
 
แน่นอนว่าท่ามกลางผู้คนนับพัน เราก็ยังเหงา ,, แต่เหงาแค่แป๊บเดียวค่ะ
ซักพักก็จะมีคนมาเดินชนเรา เบียดเรา เหยียบเท้าเรา ไม่มีเวลาให้เราเหม่อ
ลอยคิดถึงใครหรอกค่ะ
 
คิดบวกนะคะ +  แล้วความวุ่นวายโกลาหล จะกลายเป็นข้อดีที่เราดึงมาใช้ได้
(บอกตัวเอง T-T)
 
 
นอกจากนั้น อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราแอทเพิ่มเข้ามาในชีวิตให้มีอะไรทำแก้ฟุ้งซ่าน
คือการสวดมนต์ก่อนนอดทุกวัน มันช่วยได้เยอะมาก พยายามจะสงบให้ได้ก่อน
นอน เพราะว่าช่วงเวลาหลับตา แต่ยังไม่หลับนี่แหละ ตัวดีเลย   ไอ้ที่เราพยายาม
ลืมมาทั้งวัน พยายามหากิจกรรมทำทั้งหมด  มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเราก็ช่วง
เวลานี่แหละค่ะ
 
สิ่งเดียวที่ทำได้คือ สวดมนต์จนกว่าจะง่วงจนทนไม่ไหว
(แน่นอนว่ากรณีป่านจะทานยาคลายเครียดก่อนแล้วค่อยมาสวดมนต์)
 
 
 
สวดไปเลย เปิดสวดไปทุกหน้าหรือเลือกที่อยากจะสวดแต่ละวัน ยิ่งอ่านยากยิ่งยาว
ยิ่งดีนะ เพราะว่าสมาธิจะไปตกที่อยู่บทสวดมนต์ พยายามจะอ่านไม่ให้ผิดเพี้ยนเลย
คำไหนอ่านยากก็ยิ่งเพ่ง  สมาธิก็จะเกิดโดยไม่รู้ตัว
 
ก็ทำไปจนกว่าจะง่วงน๊อคคาหนังสือ ก็จะจบที่บทแผ่เมตตา เพื่อความสบายใจแล้ว
ก็ล้มหัวลงนอน .. ลดเวลาเศร้าก่อนนอนได้ผลชะงัดอีกวิธีหนึ่งสำหรับป่านค่ะ  :)
 
 
 
 
 
 
หมดไปแล้วอีกหนึ่งวัน ...
หนึ่งวันที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ..
 
 
 
 
 
 
 
 
ปล. ใครผ่านไปผ่านมาจะช่วยแชร์ว่าอะไรที่น่าสนใจ ให้ทดลองทำ แปลกๆใหม่ๆ
ลองแนะนำมาดูนะคะ ป่านอยากจะลองทำอะไรที่ตัวเองไม่เคยทำดู เพราะว่ายังคงเศร้า
ไม่หายง่ายๆ  แต่อยากจะหายไวไวจังเลย

ปล. คิดถึงคนที่จากเราไปที่สุดในโลก แต่ว่าฉันจะเข้มแข็งโดยไม่มีเธอให้ได้ !!